การดูแลสายยางให้อาหารสายยางผู้ป่วยการดูแลสายยางให้อาหาร (Feeding Tube Care) เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อ แผลกดทับ และภาวะสายอุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในการดูแลผู้ป่วยที่บ้านครับ
เพื่อให้จดจำและปฏิบัติตามได้ง่าย ผมแบ่งขั้นตอนการดูแลเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้ครับ:
1. การดูแลผิวหนังรอบสาย (Skin & Site Care)
จุดที่สายยางสัมผัสกับร่างกายคือจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดแผลและเชื้อรามากที่สุด
สายทางจมูก (NG Tube):
ทำความสะอาดรูจมูกด้วยไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือหรือน้ำสะอาดทุกวัน
เปลี่ยนตำแหน่งพลาสเตอร์: ควรเปลี่ยนพลาสเตอร์ที่ติดจมูกทุก 1-2 วัน หรือเมื่อเริ่มหลุด/สกปรก และขยับตำแหน่งเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ปีกจมูกเป็นแผลกดทับ
สายทางหน้าท้อง (PEG/G-Tube):
ล้างทำความสะอาดรอบรูเปิดด้วยน้ำเกลือ (NSS) และซับให้ แห้งสนิท เสมอ
การหมุนสาย: ควรจับสายหมุนรอบตัวเบาๆ วันละ 1 รอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยึดสาย (Bumper) ติดกับผนังหน้าท้องมากเกินไป
2. การดูแลตัวสายและการป้องกันสายตัน (Tube Maintenance)
เช็กตำแหน่งสายก่อนให้เสมอ: ก่อนให้อาหารทุกมื้อ ต้องดูขีดเครื่องหมายบนสายว่าเลื่อนออกมาจากเดิมหรือไม่ หากเลื่อนออกมามาก ห้ามให้อาหารเด็ดขาดเพราะสายอาจหลุดออกจากกระเพาะไปอยู่ที่หลอดอาหารหรือปอดแทน
การล้างสาย (Flushing):
ต้องใช้น้ำเปล่าต้มสุก 30-50 ml ล้างสายทั้ง "ก่อน" และ "หลัง" ให้อาหารหรือยาทุกครั้ง
หากล้างแล้วสายยังมีคราบอาหาร ให้ล้างเพิ่มจนสายดูใสสะอาด
การเตรียมยา: ต้องบดยาให้ละเอียดที่สุดและละลายน้ำจนไม่มีตะกอนก่อนฉีดเข้าสาย เพื่อป้องกันเศษยาไปอุดตันปลายสาย
3. การสังเกตความผิดปกติที่ต้องไปพบแพทย์
หากพบอาการดังต่อไปนี้ ควรปรึกษาพยาบาลหรือพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลครับ:
ผิวหนังรอบสายผิดปกติ: มีอาการ บวม แดง ร้อน หรือมีหนอง/น้ำเหลืองซึมออกมาจากรูจมูกหรือหน้าท้อง
สายมีคราบรา: พบจุดสีดำหรือคราบที่ไม่สามารถล้างออกได้อยู่ภายในสาย (เสี่ยงต่อการติดเชื้อ)
สายอุดตัน: พยายามใช้น้ำอุ่นล้างตามเทคนิคแล้วแต่อาหารยังไม่ไหล
สายหลุด: หากสายหลุดออกมา ห้ามพยายามใส่กลับเองเด็ดขาด ให้รีบนำตัวผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทันที
📊 ตารางสรุป: สิ่งที่ "ควร" และ "ไม่ควร" ทำ
สิ่งที่ควรทำ ✅ สิ่งที่ไม่ควรทำ ❌
ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสสายทุกครั้ง ห้าม ใช้ไม้ลวดแหย่เข้าไปในสายเมื่อสายตัน
เช็กขีดเครื่องหมายที่สายทุกมื้อ ห้าม ปล่อยให้ลมเข้าสายขณะให้อาหาร (ทำให้ท้องอืด)
ปิดจุกสายยางให้สนิทเสมอหลังใช้งาน ห้าม ใช้พลาสเตอร์ที่เหนียวเกินไปจนดึงผิวหนังหลุด
💡 เคล็ดลับ
นอกจากการดูแลสายยางแล้ว อย่าลืม "การดูแลช่องปาก" นะครับ แม้ผู้ป่วยไม่ได้ทานอาหารทางปาก แต่แบคทีเรียในน้ำลายยังคงเติบโตได้ การใช้ผ้าชุบน้ำหรือแปรงสีฟันทำความสะอาดเหงือก ลิ้น และฟัน วันละ 2 ครั้ง จะช่วยลดความเสี่ยงของ "ปอดอักเสบจากการสำลักน้ำลาย" ได้อย่างดีเยี่ยม