ผู้เขียน หัวข้อ: 5 ข้อดีของ "อาหารสายยาง" ตัวช่วยสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วย  (อ่าน 142 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1522
    • ดูรายละเอียด
5 ข้อดีของ "อาหารสายยาง" ตัวช่วยสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วย

เมื่อแพทย์ประเมินว่าคนที่เรารักมีความจำเป็นต้องได้รับ อาหารสายยาง (Tube Feeding) ความรู้สึกแรกของญาติและผู้ดูแลส่วนใหญ่มักเต็มไปด้วยความตกใจ กังวลใจ หรือแม้กระทั่งรู้สึกสงสารผู้ป่วยเพราะมองว่าการใส่สายยางเป็นภาพของการป่วยหนัก แต่ในมุมมองทางการแพทย์นั้น การให้อาหารทางสายยางไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ซ้ำยังเป็น "สะพานเชื่อมสู่การฟื้นตัว" ที่มีประสิทธิภาพสูงมากครับ

จะพาไปปรับมุมมองและทำความเข้าใจถึง "ข้อดี" ของการให้อาหารทางสายยาง เพื่อให้ผู้ดูแลและครอบครัวก้าวผ่านความกังวล และใช้เครื่องมือนี้ในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจครับ

5 ข้อดีของการให้ "อาหารสายยาง" ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้
1. การันตีว่าร่างกายได้รับโภชนาการครบถ้วน 100%
ปัญหาคลาสสิกของผู้ป่วยที่ทานอาหารทางปากคือ อาการเบื่ออาหาร ทานได้น้อย หรือเลือกทาน ซึ่งนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหาร (Malnutrition) แต่การให้ อาหารสายยาง จะช่วยให้แพทย์และนักกำหนดอาหารสามารถคำนวณปริมาณแคลอรี โปรตีน ไขมัน และวิตามินที่ร่างกายต้องการต่อวันได้อย่างแม่นยำ ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับสารอาหารครบถ้วนตามแผนการรักษาแบบเป๊ะๆ ไม่มีขาดตกบกพร่อง

2. ป้องกันความเสี่ยงจาก "การสำลัก" ได้อย่างเด็ดขาด
สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยสูงอายุ หรือผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) การฝืนป้อนอาหารทางปากมีความเสี่ยงสูงมากที่เศษอาหารจะหลุดเข้าไปในหลอดลม นำไปสู่ภาวะปอดอักเสบติดเชื้อที่อันตรายถึงชีวิต การให้อาหารตรงเข้าสู่กระเพาะอาหารผ่านสายยาง จึงเป็นการตัดวงจรความเสี่ยงนี้ และมอบความปลอดภัยสูงสุดในทุกๆ มื้ออาหารครับ

3. รักษาระบบทางเดินอาหารให้ยังทำงานได้ปกติ
ในทางการแพทย์มีหลักการที่เรียกว่า "Use it or lose it" (ถ้าไม่ใช้งาน มันจะเสื่อมสภาพ) การให้ อาหารสายยาง เข้าสู่กระเพาะหรือลำไส้โดยตรง จะช่วยกระตุ้นให้น้ำย่อยยังคงหลั่งออกมา ลำไส้ยังมีการบีบตัว และรักษาเยื่อบุทางเดินอาหารให้แข็งแรง ซึ่งส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดีกว่าการให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ (IV) เพียงอย่างเดียวครับ

4. เร่งกระบวนการฟื้นฟู และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
เมื่อร่างกายไม่ต้องสูญเสียพลังงานไปกับการเคี้ยวหรือย่อยอาหารที่ย่อยยาก และได้รับโภชนาการที่ออกแบบมาเฉพาะโรค (เช่น สูตรโปรตีนสูง สูตรเบาหวาน) ร่างกายจะสามารถนำสารอาหารเหล่านั้นไปใช้ในการสมานแผลผ่าตัด ซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ลีบแบน และสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นตัวและกลับมาแข็งแรงได้เร็วขึ้น

5. ลดความเครียดและความกดดันของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล
การต้องคอยคะยั้นคะยอให้ผู้ป่วยที่ไม่อยากอาหารทานข้าวให้หมดจด เป็นความเครียดสะสมทั้งฝั่งผู้ป้อนและผู้ถูกป้อน การใช้ อาหารสายยาง ช่วยตัดทอนความขัดแย้งตรงนี้ออกไป ทำให้มื้ออาหารเป็นไปตามตารางเวลาที่ชัดเจน ผู้ดูแลเหนื่อยน้อยลง และมีเวลาไปโฟกัสกับการดูแลสภาพจิตใจ การทำกายภาพบำบัด หรือการพูดคุยให้กำลังใจผู้ป่วยได้มากขึ้น

สรุป

การใส่สายให้อาหารไม่ใช่สัญลักษณ์ของการยอมแพ้ หรือแปลว่าผู้ป่วยจะหมดโอกาสกลับมาทานอาหารทางปากได้อีกต่อไป ในหลายๆ กรณี อาหารสายยาง เป็นเพียง "ตัวช่วยชั่วคราว" ในช่วงที่ร่างกายกำลังอ่อนแอที่สุดเท่านั้น เมื่อผู้ป่วยได้รับโภชนาการที่ดีจนร่างกายฟื้นฟู กล้ามเนื้อการกลืนกลับมาแข็งแรง แพทย์ก็สามารถพิจารณาถอดสายยางออกได้ครับ